EP348 มารู้จัก Libra Cryptocurrency จาก Facebook ทุกแง่มุมใน 10 นาที


สวัสดีครับ พบกับช่อง Bit Investment นะครับ สำหรับในตอนนี้นะครับพี่บิทก็จะพาเพื่อนๆไปรู้จัก ตัวเหรียญ Libra นะครับเป็น Cryptocurrency ที่ ทำโดย Facebook เนอะ เดี๋ยวเข้าไปติดตามเนื้อในรายละเอียดของวิดีโอ ข้างในเลยแล้วกันนะครับ สิ่งที่เราควรรู้จักเกี่ยวกับตัว เหรียญ Libra ที่ทำโดย Facebook เนี่ย ก็คืออย่างแรกเลยเนี่ยเค้าตั้งเป้าว่าจะให้ ตัวเหรียญ Libra เนี่ยเป็น Global currency นะครับซึ่งยังไม่ได้ใช้จริงเนาะ จะใช้จริงก็นู่นอ่ะปี 2020 เขาอยากให้ตัวเหรียญ Libra เป็นลักษณะ ของ Medium of Exchange นะเป็นสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยนนี้แหละแล้วก็เป็นอันดับ 1 ในเรื่องของตัว Mainstream Cryptocurrency ก็คือเป็นกระแสหลัก ของตัวเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ที่ใช้งานกันนะครับ ในแง่ของการ Governance นะครับหรือการบริหาร จัดการเนี่ย Facebook เค้าตั้ง Libra association ขึ้นมานะครับตั้งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ จดอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ มีสมาชิกเนี่ยราว 28 รายและ แล้วก็ตั้งเป้าว่า เออเดี๋ยวเขาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆให้ ได้เป็นร้อยนะ แล้วก็กลุ่ม ของคนที่เข้ามาเนี่ยก็ ต้องได้รับการคัดเลือกมันไม่ใช่ว่า ใครอยากจะสมัครก็ได้นะแล้วก็ ค่าธรรมเนียมในการที่จะเข้าเนี่ยก็ อยู่ที่ $10 Million หรือว่า $10 ล้านเหรียญ เท่าที่ดูรายชื่อก็น่าสนใจ นะมีสถาบันที่เข้ามา ร่วมอยู่ใน Libra association เนี่ยไม่ว่าจะเป็น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด ebay spotify นะครับ เอ่อ uber paypal อะไรพวกนี้ก็เข้ามา​ join ใน Libra association ด้วย ด้วยความที่มันเป็นที่ตัว Crypto Currency เนอะ ก็ มันจะต้องมีคนที่มา ยืนยันธุรกรรมนะแต่ช่วงแรกเนี่ยก็จะมี กลุ่มคนที่อยู่ใน Libra association นี่แหละ 28 นี้แหละก็รัน Node ไปก่อนนะครับซึ่งเขาตั้งเป้าว่าจะให้ได้ 100 Nodes นะครับ แล้วก็ยังเป็น ลักษณะของ permission บล็อกเชนคือยังเป็น แบบปิดอยู่ไม่ให้ใคร Access นะถ้าไม่ได้รับอนุญาตเนาะแล้วก็ เขาตั้งเป้าอีก 5 ปีเนี่ยก็จะปรับเป็น Public Blockchain แล้วก็อย่าน้อยเนี่ยจะให้ได้ถึง 1,000 Node นะครับ ที่สำคัญเนี่ยมันมีอีกเรื่องนึงก็คือ ตัว Facebook ไม่ได้ออกตัว Libra มาเหรียญเดียว นะครับ ออกเป็นเหรียญ Security Token ออกมาอีกทีหนึ่งนะครับ ซึ่ง เหรียญ Security Token เนี่ย จะกระจายให้โอกาสกับ Founding Member ก็คือ กลุ่มคนที่ก่อตั้งมีโอกาสได้ซื้อแล้วก็ ให้ Accredited investor นะครับ ซึ่งนักลงทุนรายย่อยอย่างเราเนี่ย คงคิดว่าน่าจะลำบากนะครับ ใครที่มี Security Token ก็น่าจะได้ ปันผลจากตัวเหรียญ Libra ด้วย นะครับ ส่วนอย่างเรา ๆ เนี่ยอาจต้องไปหวัง Incentive นะครับ จากการเป็น Early Adopter กลุ่มที่เขาจะแจก ก็จะมี พวก Developer นะครับ ผู้พัฒนา นั้นเอง แล้วก็ Merchant หรือร้านค้านะครับ กลุ่ม Validator แล้วก็ Node Operator ก็จะได้ Incentive ด้วย ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือตัว Libra เนี่ยเค้าออกมาเป็น Stable Coin นะครับ แล้วก็เขาใช้คำว่า Back with intrinsic value asset นะครับ ตัวนี้ก็แผลมๆ ออกมา ระดับหนึ่งแล้วล่ะว่าเขาไม่ได้ Back กับตัวเหรียญสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง หรือว่าไม่ได้ Peg ด้วยนะวันนั้นคุยกับอาจารย์ตั๊มเนี่ย เขาบอกว่าไม่ได้ Peg เป็นลักษณะของการ Back ใครยังไม่ได้ดูวีดีโอที่พี่บิทคุยกับอาจารย์ตั๊ม นะลองไปดูรายละเอียดเนื้อหาค่อนข้างเข้มข้น เลยทีเดียว ก็คือเขา Back กับ ตัวตะกร้าของเงินแทน ซึ่ง ในอนาคตอาจจะมี Asset ตัวอื่นเข้ามา รวมอยู่ในตะกร้าด้วยนะครับ แล้วก็ตัว Libra เนี่ยก็จะมี การ Mint นะครับหรือว่าพิมพ์ออกมาเนี่ย จาก association วิธีการกระจาย เนี่ยเค้าก็จะกระจายไปตามเน็ตเวิร์ค ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วเท่านั้น นะครับ เขาเรียกว่า Network Custodian กลุ่มพวกนี้ ได้รับการคัดเลือกหมดเลย กระเป๋าของตัว Libra เนี่ยชื่อว่า Caliba นะครับ จริง ๆ Caliba เนี่ย เป็นบริษัท ที่แตกตัวออกมาจากตัว Facebook เป็นอีกองค์กรนึงเลย เค้าพยายาม ทำให้ เอ่อ Facebook เนี่ยโปร่งใสนะพยายามที่ จะตั้งบริษัทที่ดูแลขึ้นมา บริษัทที่ดูแลกระเป๋าเฉพาะขึ้นมาเนี่ย มันดูเหมือนเป็นลักษณะเป็น Custodian แทนน่ะ เป็นผู้ดูแลเงินแทนไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ Facebook พยายามตั้ง Libra Association ขึ้นมา พื่อกำกับดูแลที่ไม่ใช่ Facebook นะครับ พยายามแยกออกมาอย่างนั้น ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยก็จะมี Facebook Messenger ครับที่รองรับ แล้วก็มี WhatApp ที่รองรับ แล้วก็ จะมี Instagram ภาษาที่เป็น ภาษาที่ติดตัวมากับ Libra เนี่ยเป็นภาษาที่ชื่อว่า Move นะครับ นะครับ จากที่ดูจาก Developer หลายคนเนี่ย เขาบอกว่า Move เองเนี่ย Features เนี่ยคล้าย ๆ ภาษา Rust นะ ความต่างของภาษา Move กับ Solidity เนี่ยเขาบอกว่า Move เนี่ยเป็น Bytecode เป็นภาษา ที่สามารถที่จะได้ Run ได้โดยตรงเลยใน Virtual Machine ของ Move เองนะครับ แล้วที่ สำคัญคือตัวภาษา Move เนี่ย รองรับ Smart contract นะซึ่งเท่า ที่ดูแล้วเนี่ย Platform ที่รัน Smart contract เนี่ย ก็มีผลกระทบโดยตรงเลยนะครับถึงแม้ว่า วันก่อนที่คุยกับอาจารย์ตั๊มก็บอกว่าเออมันก็ยัง มีข้อจำกัดอย่างนึงคือในส่วน ของตัว Libra เนี่ยมันอาจะไม่ได้ เป็น Open ที่แบบใครๆ สามารถ ที่จะเอาแอปอะไรมา Deploy ก็ได้แต่ว่า เท่าที่ดูแล้วเนี่ยถึงแม้ว่ามันจะมีการจำกัด หรือ Screen อะไรบางอย่างเนี่ยแต่พวกแพลตฟอร์ม ที่ Run Smart Contract นี่ก็น่าจะได้ผลกระทบโดยตรง เพราะว่าถ้า User มันมาใช้ใน Platform นี้เยอะๆ มีโอกาสที่ Platform อื่นจะเกิด ก็เป็นปัจจัยที่ยากพอสมควรเลยทีเดียวนะครับ อย่างส่วนตัวพี่บิทเลยคิดว่า อย่าง EOS เนี่ยกระทบโดยตรงเลยนะ แล้วก็ ถ้าเป็นพวก Financial Product อย่าง ADA (Cardano) อะไรอย่างเนี่ย คือถ้าเกิดว่า ตัว Libra มันออกมาก่อนเนี่ย ผลิตภัณฑ์ที่เป็น service ในแง่ของ financial service มันจะออกมาแบบหลากหลายมาก เลยจึงทำให้ลำบากคือพูดง่ายๆคือ แพลตฟอร์มอื่นลำบากนะ แต่ถ้าเกิดเป็นอย่าง MakerDAO หรือว่าตัวที่เป็นแพลตฟอร์ม lending ที่ปัจจุบันที่เราดูกันอยู่อย่าง Dhamaหรือว่าตัว Compound Finance อย่างเนี้ย พี่คิดว่าถ้าเกิดมันเอามา Integrate เข้ากับตัว Libra เนี่ยก็เออน่าสนใจ เราคงได้มีโอกาสได้เห็นการ ฝากเงินแล้วกินดอกเบี้ยในในบนตัว Libra นะ ครับในอนาคต ตัว Consensus Protocol ของ ตัว Libra เนี่ยเขาใช้ LibraBFT ซึ่งตัวนี้พัฒนามาจากตัว Hot-Stuff นะครับ ของตัว VMware Speed เนี่ยในตามกระดาษเขาบอกว่าราว ๆ พันกว่านะครับ แต่ว่าวันนั้น คุยกับอาจารย์ตั๊ม อาจารย์ตั๊มมองว่า มันก็น่าจะเร็วกว่านั้นเพราะว่า Performance ของคอมพิวเตอร์ ที่แต่ละคนที่เข้ามาลงเนี่ยในกลุ่ม Memer เนี่ยเขาก็มีทุนทั้งนั้นน่ะแล้วก็เครื่อง น่าจะแรงพอสมควรเลย ก็ถ้าจะรองรับจะเป็น Mainstream Cryptocurrency เนอะ ก็น่าจะเร็ว พอสมควรแหละ แล้วก็จะมีประเด็นเรื่องที่เขา บอกว่า คือมันเป็นประเด็น ที่คุยกันในกลุ่มนักพัฒนา ตัว Libra ของไทยนี่แหละเข้าไปดูแล้วก็ขำดี เขาก็ Capture ที่นักพัฒนาต่างชาติในเขาก็ เสียดสีแหละว่าการทำตัว Libra เนี่ยเค้า มองว่ามาแก้ปัญหาเรื่อง Centralize นะเพื่อที่จะให้ตัวนี้เป็น Decentralized แต่ว่า คือดูกลาย ๆ แล้วมันก็มันมีความผูกขาด อยู่ในตัวอย่าง Facebook เรา ได้เห็นแล้วอ่ะ Facebook ค่อนข้างผูกขาด ในแง่ของการที่เป็น Platform ที่เป็น Social platform คนก็ใช้ Facebook กันค่อนข้างเยอะ ก็อันนี้เป็นสรุปง่ายๆ ที่พี่บิทพยายามสรุปมาเนอะ เกี่ยวกับตัว เหรียญ Libra นะครับก็คอย ติดตามดูนะครับมันน่าจะเกิดประโยชน์กับคนใช้งาน แหละแต่ว่าเราก็ต้องดูว่าในแง่ของตัว privacy แล้วเนี่ยมันจะถูกคุกคาม รีเปล่าเนอะ แล้วก็มันจะมา Disrupt ตัว Platform เก่า ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไงบ้าง ตัวเหรียญที่ได้รับผลกระทบเนี่ยอย่าง XRP หรือ Everex ที่เป็นลักษณะของ Cross-border payment อะไรอย่างเนี้ยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนนะครับ แต่โดยส่วนตัวพี่ว่า XRP เค้าโฟกัส Enterprise น่าจะไม่ได้กระทบเท่าไหร่ Everex พี่บิทคิดว่าน่าจะโดนเต็มๆนะ แล้วก็เหรียญ Platform โดนเต็มๆ ก็คอยติดตามนะครับสำหรับคนที่ ลงทุนในแง่ของ Cryptocurrency ประมาณปี 2020 นะ ส่วนตัวพี่ ก็ เอ่อเหรียญที่ลงทุนกับ Platform พี่คิดว่าคงต้องหาทางออกแล้วล่ะ ตัวอื่นดีกว่า กลยุทธต้องเปลี่ยนและ พื้นฐานอะไรพวกนี้มันเปลี่ยนและสำหรับในตอนนี้ ก็ประมาณนี้นะครับ ใครที่ยังไม่ได้กด Subscribe ใน Facebook เอ่อใน YouTube นะครับ ก็อย่าลืม Subscribe นะครับ ใครที่ยังไม่ได้กดติดตามใน Facebook ก็อย่าลืมกดติดตาม อย่าลืมกด See First ด้วยนะครับสำหรับตอนนี้ คงต้องจบแต่เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ

5 thoughts on “EP348 มารู้จัก Libra Cryptocurrency จาก Facebook ทุกแง่มุมใน 10 นาที”

  1. ไมค์ มันดังไม่เท่ากันหรือเปล่าครับพี่

  2. ขอบคุณมากครับพี่บิท สั้นๆและเข้าใจง่าย ทั้งในเชิงเทคนิคและความเกี่ยวโยงหรือผลกระทบกับ แพทฟอร์มอื่นๆ…
    รบกวนพี่บิท เชิญ คุณท็อป จิรายุ มาสัมภาษณ์อีกสักรอบนึง ในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ เผื่อจะใช้เป็นแผนในการลงทุนต่อไปครับ…
    ขอบคุณล่วงหน้านะครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *